www.pidthong.com ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กันยายน 21, 2021, 02:11:16 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: งานปิดทองฝังลูกนิมิตทั่วไทย

+  ชุมชน ปิดทองดอทคอม
|-+  หมวดหมู่ทั่วไป
| |-+  ปิดทองดอทคอม
| | |-+  ประวัติ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี  (อ่าน 524 ครั้ง)
thanakornenc
Newbie
*
กระทู้: 1


เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2020, 10:22:53 PM »


ในบรรดาพระเครื่องลางชั้นหนึ่งของเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มักมีชื่อของ “พระขุนแผน” รวมอยู่ในพระกรุยอดนิยมต่างๆจำนวนหลายชิ้น หนึ่งในปริมาณนั้นหมายถึงพระขุนแผน กรุบ้านกร่าง เมืองสุพรรณ ซึ่งเป็นพระกรุโบราณ แก่การผลิต มาหลายร้อยปี พูดกันว่าความสวยสดงดงามของพุทธศิลป์ นั้นเด่นยิ่งนัก ส่วนพระพุทธคุณนั้น ก็บรรเจิดเกินคำพรรณนา อีกทั้งเมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ ตลอดจน คงกระพัน ยากที่จะหาพระเครื่องใดเทียบเท่า จัดเป็นพระยอดฮิตชั้นนำของแวดวง มานาน
พระกรุวัดบ้านกร่าง พระดี พระดังที่เมืองสุพรรณ

วัดบ้านกร่าง อันเป็นแหล่งเกิด “พระขุนแผน กรุบ้านกร่าง” อัน โด่งดังนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบล ศรีเผชิญต์ จังหวัด สุพรรณ อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำท่าจีน หรือ แม่น้ำจังหวัดสุพรรณบุรี ตรงกันข้ามกับที่ว่าการอำเภอศรีเผชิญต์ วัดนี้เป็นวัดโบราณ ที่สร้างมาตั้งแต่ครั้งยุคกรุงศรีอยุธยา พระเครื่องลาง กรุวัดบ้านกร่าง แตกกรุจากเจดีย์ข้างหลังพระวิหารเก่าในรอบๆ วัดบ้านกร่าง เมื่อราว พุทธศักราช 2447 มีเรื่องมีราวเล่ากันว่า ในขณะที่พระแตกกรุออกมาใหม่ๆพวกพระรวมทั้งราษฎร ได้นำพระทั้งสิ้น มากมายก่ายกองหลายพิมพ์ มาวางไว้ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ใกล้วิหาร ลูกศิษย์วัดในยุคนั้นได้นำ imiwin พระที่วางไว้มาเล่นร่อนแข่งกันในสายธารสุพรรณ เป็นที่ครึกครื้น ด้วยเหตุว่า ในยุคนั้น พระวัดบ้านกร่าง ยังไม่มีมูลค่า รวมทั้ง ความนิยมชมชอบเยอะแยะเหมือนดังดังเช่นว่าเดี๋ยวนี้

ชื่อ ”พระขุนแผน” อีกทั้งของเมืองสุวรรณ หรือ ขุนแผน เมืองไหนก็ตาม เป็นการเรียกชื่อ พระของคนยุคข้างหลัง เพราะว่าคนสมัยก่อน สร้างพระเครื่อง ไม่เคยเจอหลักฐาน ว่ามีการตั้งชื่อพระเอาไว้ด้วย มีแม้กระนั้นคนรุ่นใหม่ที่ไปขุดเจอพระเครื่องเป็นผู้ตั้งชื่อให้ทั้งปวง พระกรุวัดบ้านกร่าง ก็เหมือนกัน เมื่อแตกกรุใหม่ๆก็ไม่มีชื่อ คนสุพรรณ สมัยนั้นเรียกกันเพียงว่า “พระวัดบ้านกร่าง” เป็นหากเป็นท่านเดียวก็เรียก “พระบ้านกร่างคนเดียว” ถ้าเกิดเป็นพระ 2 องค์คู่ชิดกันก็เรียก “พระบ้านกร่างคู่” ถัดมาก็เลยมีการตั้งชื่อให้เป็น พระขุนแผน บ้าง พระพลายโดดเดี่ยว บ้าง พระพลายคู่ บ้าง สิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ พระเครื่อง ขุนแผน พวกนี้ มั่นใจว่าคนตั้งชื่ออาจจะต้องการที่จะให้สอดคล้องกลมกลืน กับผู้แสดงในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ที่เลื่องลือ อันมีถิ่นเกิดในเขตสุพรรณ คำว่า พระบ้านกร่าง แล้วก็ค่อยๆเลือนหายไป หรืออีกความหมายหนึ่ง ชื่อของ พระขุนแผน บางทีอาจได้มาจากการที่มีผู้บูชาบูชา หรือ นิมนต์นำประจำตัวไปไว้ปกป้องอุบัติภัย ต่างๆแล้วได้ปรากฏชัด ความศักดิ์สิทธิ์ ในอำนาจคุณพระพุทธเจ้า ที่มี่คุณยอดเยี่ยม เสมือน ขุนแผนในวรรณคดี โดยยิ่งไปกว่านั้น ด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม บางทีอาจด้วยเหตุดังกล่าว ก็เลยเรียกขื่อว่า พระขุนแผนสืบมา


พระกรุวัดบ้านกร่าง รู้เรื่องว่ามีปริมาณถึง 84,000 องค์ตามคติการผลิต พระเครื่องในอดีตกาล เมื่อพระแตกกรุขึ้นมาก็ได้มีผู้แยกแบบ แยกพิมพ์ต่างๆตามไม่เหมือนกันของพุทธลักษณะ ซึ่งมีปริมาณกว่า 30 พิมพ์ขึ้นไป บางแบบ ก็เรียกว่า “พระขุนแผน” ซึ่งมีพิมพ์ยอดฮิต อาทิเช่น พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกเล็ก พิมพ์ทรงพลใหญ่ พิมพ์ทรงพลเล็ก พิมพ์พระประธาน พิมพ์เถาวัลย์เลื้อย พิมพ์แขนอ่อน อื่นๆอีกมากมาย บางแบบก็เรียกว่า “พระพลาย” อันหมายความว่าลูกของขุนแผน ซึ่งมีในขณะที่พิมพ์เป็นคู่ชิดกัน เรียกว่า “พระพลายคู่” และก็องค์คนเดียวๆเรียกว่า “พระพลายคนเดียว” ซึ่งแต่ละพิมพ์ก็ยังแบ่งออกไปอีกมากมายพิมพ์ ตัวอย่างเช่น พลายคู่หน้ายักษ์ หน้ามงคล หน้าฤาษี หน้าเทพเจ้า พลายลำพังพิมพ์ชะลูด พิมพ์ก้าง อื่นๆอีกมากมาย

การที่คนสมัยเก่า เลือกที่จะตั้งชื่อ พระเครื่องนั้นว่า ขุนแผน พิมพ์นี้เรียกพลาย คนรุ่นหลัง อาจไม่รู้จักหลักเกณฑ์ หรือ ที่มาชัด ซึ่งคงจะทายใจหัวใจว่า ผู้ที่ตั้งชื่อ ขุนแผน น่าจะมองรูปร่างศิลป์ในองค์พระ ถ้าเกิดท่าน ใดมีต้นแบบศิลป์งดงามสะดุดตา ก็เรียกว่า พระขุนแผน ไว้ก่อนส่วนพระเครื่องใดหย่อนยานค่าทางด้านศิลป์ความสวยสดงดงาม ความงอนงามก็ตั้งชื่อเรียกว่า พระพลาย เพื่อนานับประการ…

พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณ เมื่อไตร่ตรองจากศิลป์แล้ว บอกให้ทราบดีว่าเป็น พระในยุคอยุธยาใจกลาง โดยมีศิลป์ที่งอนงามสวยสดงดงาม เป็นเอกลักษณ์ของตน ที่สำคัญที่สุดเป็นในปริมาณพระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่างนี้ มีอยู่พิมพ์หนึ่งโน่นเป็น “พระขุนแผน พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่” มีลักษณะรวมทั้งศิลป์อย่างกับ “พระขุนแผนฉาบ” ที่แตกกรุออกมาจากเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดอยุธยา ซึ่งเจดีย์องค์นี้มีบันทึกไว้ภายในเหตุการณ์ในอดีต ว่า สมเด็จพระพระราชามหาราช โปรดให้ผลิตขึ้นในปี พุทธศักราช 2135 ตามคำทูลเสนอแนะของสมเด็จพระวันรัตน์ วัดป่าแก้ว เพื่อสรรเสริญ ที่ชัยสำหรับเพื่อการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ที่ประเทศพม่า พระเจดีย์องค์นี้ชื่อว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” แม้กระนั้นราษฎรเรียกว่า “พระเจดีย์ใหญ่” เพราะเหตุว่าเป็นเจดีย์ ที่ใหญ่ที่สุดในอยุธยา ซึ่งตามขนบธรรมเนียมมาแต่ว่าโบราณว่า เมื่อสร้างพระเจดีย์แล้ว จะสร้างพระเครื่องใส่ไว้ด้วย

เพื่อตกทอดพุทธศาสนา ถือกันว่าได้บุญกุศลแรง พระขุนแผนฉาบอาจจะสร้าง เพื่อใส่ไว้ภายในเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคลในตอนนั้น
ความเหมือนกันของพุทธศิลป ของ พระขุนแผน ฉาบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล กับ พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่นี้ เมื่อนำพระทั้งคู่มาเทียบกัน จะมองเห็นความต่างกันน้อยมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นเส้นและก็ลวดลายการแกะของแม่พิมพ์ ทำให้น่าไว้วางใจว่า ช่างที่แกะยุคนั้น อาจเป็นคน ผู้เดียวกัน หรือ สกุลช่างศิลป์ในสำนักเดียวกัน อายุการผลิตบางทีอาจไม่ต่างกันมากสักเท่าไรนัก หรือบางทีอาจแกะในครั้งเดียวกัน รวมทั้งพิมพ์ในครั้งเดียวกัน แต่ว่าได้มีการแยกใส่เจดีย์ แตกต่าง เพราะฉะนั้น ก็เลยพอที่จะคาดการณ์ได้ว่า พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง อาจจะแก่อยู่ในราวรัชกาล สมเด็จพระกษัตริย์มหาราช หรือ ราว 400 ปีล่วงมาแล้ว

พระกรุวัดบ้านกร่าง โดยปกติไม่ว่า จะเป็น พิมพ์พระขุนแผน พระพลายคนเดียว พระพลายคู่ นั้นเป็นพระเนื้อเดียวกันเป็นเนื้อดินเผาผสมว่านรวมทั้งเกสรดอกไม้ นานาจำพวก ไม่ปรากฏว่ามีเนื้อจำพวกอื่น ลักษณะเนื้อพระ มีทั้งยังประเภท เนื้อละเอียด รวมทั้ง เนื้อหยาบคาย แต่ว่าส่วนมากจะเป็นจำพวกเนื้อหยาบคายที่มีส่วนผสมของก้อนกรวดดินทรายมากมาย มีอีกทั้งแดง สีพิกุล สีเขียว แล้วก็สีดำ ตามความอ่อนแก่ของความร้อนในขณะเผาไฟ แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเนื้อหยาบคายหรือละเอียด สิ่งที่ต้องมีให้ได้หมายถึงควรจะมี ว่านดอกมะขาม มี แร่ทรายเงิน แร่ทรายทองคำ และก็ “รอยว่านหลุด” อยู่ด้วยทุกองค์ รอยว่านหลุด ดังกล่าวข้างต้น เป็นร่องเล็กๆโครงร่างไม่แน่นอน เป็นรูปแท่งสี่เหลี่ยม บ้าง สามเหลี่ยม บ้าง และก็เป็น ร่องลึก ร่องตื้น ก็ได้ รอยว่านหลุด นี้ นับว่าเป็นเอกรูปแบบของเนื้อพระกรุวัดบ้านกร่างที่จะขาดเสียมิได้สำหรับในการพินิจพิเคราะห์

ยิ่งกว่านั้น พระกรุวัดบ้านกร่าง ยังเป็นพระกรุที่ผิวสะอาด เนื่องด้วย กรุพระมีภาวะดี ไม่จมดินหรือถูกอุทกภัยขัง เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่มีคราบเปื้อนขี้กรุติดตามดกให้มองเห็น จะมีก็แค่ฝ้ากรุบางๆฉาบติดอยู่ แต่ว่าถ้าหากผ่านการใช้หรือการสัมผัสก็จะเหลือผิวฝ้ากรุตามซอกองค์พระ แค่นั้น พระกรุวัดบ้านกร่าง เป็นพระที่เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น พระขุนแผน พระพลายลำพัง พระพลายคู่ ล้วนแล้วแต่เป็นพระกรุที่แก่หลายร้อยปี แล้วก็มี คุณพระพุทธเจ้าเด่น ทางด้าน เมตตา มหานิยม มหาเสน่ห์ แคล้วคลาด รวมทั้ง หนังเหนียว เยี่ยม ก็เลยได้รับความนิยมแสวงหากันมานานแล้ว หากแม้ปัจจุบันนี้ความนิยมชมชอบก็มิได้ต่ำลงลดน้อยลงไปเลย……..
บันทึกการเข้า
Darenver
Newbie
*
กระทู้: 2


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2021, 04:22:38 PM »

 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!